memory's profile(T_T)เพราะว่าฉันมันไม่ทั...PhotosBlogListsMore Tools Help
July 17

ชีวิตที่เหลืออยู่..

ชีวิตที่เหลืออยู่



โลกมนุษย์สอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง
แต่โลกก็ดันสอนให้มนุษย์รู้จักความผูกพัน

แล้วจะไม่ให้เศร้าได้อย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว
ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่
คุณก็จะเริ่มเศร้า แล้วพอเวลาผ่านไป
คุณก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนไป


คุณจะรู้สึกดีขึ้นที่เรามักจะเรียกว่า "ทำใจได้แล้ว"
จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะผูกพันกับสิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วขนาดไหน


อายุคนเราเฉลี่ยแค่ 76 ปี นั่นก้อคือ 3,952 สัปดาห์
คุณหมดเวลาไปกับการนอน 1,317 สัปดาห์
ซึ่งเท่ากับคุณเหลือเวลาที่จะใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2,635 สัปดาห์เท่านั้น

2,000 กว่าสัปดาห์ที่ได้อยู่บนโลก

ถามตัวเองว่า...

คุณจะยอมเศร้าสักกี่สัปดาห์
เหงาซะกี่สัปดาห์
มีความสุขสักกี่สัปดาห์

....เพราะทั้งหมด "มนุษย์เราก็มีอยู่แค่ 2,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้นเอง"....

คุณรู้ไหมว่า.....

คุณรู้ไหมว่า...


 

Did you know that those who appear to be very strong in heart, are real
weak and most susceptible?
คุณรู้ไหมว่าคนที่มองภายนอกดูจิตใจเข้มแข็งมากๆ
แท้จริงแล้วเขานั้นแสนจะอ่อนแอและอ่อนไหว เป็นที่สุด

Did you know that those who spend their time protecting others are the ones
that really need someone to protect them?
คุณรู้ไหมว่าคนที่ใช้เวลาของเขาปกป้องผู้อื่นนั้น
เป็นคนที่ต้องการใครสักคนที่จะคอยปกป้องเขาเสียเหลือเกิน

Did you know that the three most difficult things to say are: I love you,
Sorry and help me

คุณรู้ไหมว่าคำที่พูดยากมากที่สุด 3 คำ คือ ฉันรักเธอ ขอโทษ และ
ช่วยฉันด้วย


Did you know that those who dress in red are more confident in themselves?
คุณรู้ไหมว่าคนที่แต่งกายด้วยชุดสีแดง เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากกว่าคนอื่น

Did you know that those who dress in yellow are those that enjoy their
beauty?
คุณรู้ไหมว่าคนที่แต่งกายด้วยชุดสีเหลืองเป็นคนที่เพลิดเพลินกับความสวยความงามของเขา

Did you know that those who dress in black, are those who want to be
unnoticed and need your help and understanding?
คุณรู้ไหมว่าคนที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ เป็นคนที่ไม่ต้องการให้ใครคอยสังเกต
และต้องการความ ช่วยเหลือและความเข้าใจจากคุณ

Did you know that when you help someone, the help is returned in two folds?
คุณรู้ไหมว่าเมื่อคุณช่วยใครสักคน ความช่วยเหลือนั้นจะคืนกลับมาเป็น 2 เท่า


Did you know that it's easier to say what you feel in writing than saying
it to someone in the face? But did you know that it has more value when you
say it to their face?
คุณรู้ไหมว่า
ช่างเป็นเรื่องง่ายที่จะบอกกล่าวความรู้สึกด้วยการเขียนแทนที่จะบอกด้วยวาจากับใคร
สักคนต่อหน้า แต่คุณรู้ไหมว่า
มันจะมีค่ายิ่งกว่าเมื่อคุณได้บอกความรู้สึกนั้นด้วยวาจาต่อหน้าเขา

Did you know that if you ask for something in faith, your wishes are
granted?
คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าคุณร้องขอบางสิ่งด้วยความศรัทธา
คุณจะได้รับในสิ่งที่ปรารถนา

Did you know that you can make your dreams come true, like falling in love,
becoming rich, staying healthy, if you ask for it by faith, and if you
really knew, you'd be surprised by what you could do.
คุณรู้หรือไม่ว่าคุณสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ เช่น การตกหลุมรัก
กลายเป็นคนร่ำรวย อยู่อย่างมี สุขภาพแข็งแรง
ถ้าคุณร้องขอในสิ่งนั้นด้วยความศรัทธา และถ้าคุณรู้อยู่แก่ใจ
คุณจะรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้


But don't believe everything I tell you, until you try it for yourself, if
you know someone that is in need of something that I mentioned, and you
know that you can help, you'll see that it will be returned in two-fold.
แต่อย่าเชื่อในทุกอย่างที่ฉันบอก จนกว่าคุณจะได้ลองปฏิบัติดูด้วยตัวคุณเอง
ถ้าคุณรู้จักใครสักคนที่ต้องการบ้างสิ่งอย่างมากดังที่ฉันได้บอกไปแล้วนั้น
และคุณรู้ว่าคุณสามารถช่วยเขาได้
คุณจะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นจะตอบแทนกลับคืนมาอย่างทวีคูณ


Today, the ball of FRIENDSHIP is in your court, send this to those who
truly are your friends (including me if I am one). Also, do not feel bad if
no one sends this back to you in the end, you'll find out that you'll get
to keep the ball for other people want more.
วันนี้ลูกบอลแห่งมิตรภาพอยู่ในสนามของคุณแล้ว
ส่งมันออกไปยังคนเหล่านั้นซึ่งเป็นเพื่อนแท้ของคุณ (รวมถึงฉันด้วย
ถ้าฉันเป็นหนึ่งในนั้น)
และอย่ารู้สึกแย่ถ้าท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครส่งมันกลับมาหาคุณ
คุณจะพบว่าคุณจะต้องรักษาลูกบอลไว้เช่นนั้นเพราะยังมีคนที่ต้องการมันอยู่อีกมาก


กำไลแห่งมิตรภาพ

Ok, this is what you have to do:
เอาล่ะ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ

Send to ALL your FRIENDS!
ส่งไปยังเพื่อนของคุณทุกคน

But you have to DO THIS within an hour after you open this mail!
แต่คุณต้องลงมือภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากเปิดเมลนี้

Now..... MAKE 1 WISH!!!!!!
ถึงตอนนี้....อธิษฐานขอพร 1 อย่าง


Make it now,
เร็วเข้าเดี๋ยวนี้

It"s you last chance!!
นี่โอกาสสุดท้ายของคุณแล้ว

July 20

คู่รัก


มีคู่รักคู่หนึ่งนั่งรถเมล์ที่กำลังตรงไปในเมืองในหุบเขา มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ลงกลางทาง หลังจากที่พวกเขาได้ลงแล้ว รถเมล์ก็วิ่งต่อไป แต่เพียงไม่นานก็มีหินก่อนขนาดมหึมาได้ตกลงมาจากที่สูงมาก และทับรถเมล์คันนั้นพังยับเยิน ทุกคนที่อยู่ในรถในเวลานั้น เสียชีวิตทั้งหมด คู่รักคู่นั้นเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็พูดขึ้นว่า"ถ้าพวกเรายังอยู่ในรถคันนั้นก็ดีน่ะซิ!"

คนส่วนใหญ่น่าจะคิดว่า "ยังดีนะที่เราลงจากรถก่อน!" แต่คู่รักคู่นี้กลับพูดสิ่งที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ คุณคิดว่าเพราะอะไร???
ตอบมาก่อนนะว่าคิดว่าไง เดี๋ยวจะเฉลยทีหลัง

>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>
>

หยุด!!!


ขอเฉลยนะ

--------------------------------------------------------------------------------


ถ้าพวกเขายังคงอยู่และไม่ได้ลงจากรถ รถเมล์คันดังกล่าวก็จะไม่ต้องหยุดรถเพื่อพวกเขาและจะขับเลยตำแหน่งที่หินถล่มลงมา!!

ในชีวิตของพวกเรานั้น ให้ลองมองด้วยมุมมองที่ต่างจากของตัวเองและพยายามเข้าใจและช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น อย่าได้ใช้ชีวิตอย่างขาดสติและเฉยเมย 

คุณตอบปริศนาข้างบนถูกมั้ย ?

ถ้าคุณตอบถูก(โดยไม่เคยอ่านที่อื่นมาก่อนนะ) แปลว่าเราโชคดีมาก
ที่ได้คุณมาเป็นเพื่อน 

เรื่องราวของความรัก

บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน
>>>
>>>     ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไม
>>>ช. :: ไม่เคย
>>>ญ. :: คุณชอบฉันไหม?
>>>
>>>ช. :: ไม่
>>>
>>>ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?
>>>
>>>ช. :: ไม่
>>>
>>>ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?
>>>
>>>ช. :: ไม่
>>>ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?
>>>ช. ::ไม่
>>>
>>>ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?
>>>
>>>ช. :: ไม่ได้
>>>
>>>ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง \'ชีวิตคุณ\' กับ
>>>\'ชีวิตฉัน\'?
>>>
>>>ช. :: ชีวิตฉัน
>>>
>>>หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก
>>>เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ
>>>แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ...
>>>เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ
>>>เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ
>>>เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ
>>>และจำเป็นต้องมีเธอ
>>>เหตูผลที่ฉันไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไป
>>>เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น
>>>ถ้าไม่มีเธอ
>>>
>>>เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ
>>>
>>>
>>>เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี
>>>และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง
>>>และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน

March 18

โทรเลขถึงแม่

โทรเลขถึงแม่
 

"ขอเงินซื้อชุดใหม่  ชุดที่มีใส่เที่ยวกับแฟนครบหมดแล้ว"
จากลูก
 
 
โทรเลขถึงลูก 

 
"หาแฟนใหม่ ใส่ชุดเดิม" 
 จากแม่

(เออ จริงด้วย...ฮิๆๆ)

จดหมายจากลูก

 กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ
>
>> > > คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือเปล่าคะ > >
>>ผ่านมาเกือบครึ่งปีตั้งแต่หนูเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ > >
>>หนูไม่ได้ติดต่อคุณพ่อคุณแม่เลย หนูอยู่ที่นี่ สบายดีค่ะ > >
>>พี่มากเค้ารักหนู และดูแลหนูเป็นอย่างดี > >
>>สงสัยหรือคะว่าพี่มากคือใคร จำได้มั้ยคะวันที่หนูจากคุณพ่อคุณแม่ > >
>>ที่สถานีรถทัวร์เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ รถทัวร์ที่หนูนั่งมาเกิด >
>>อุบัติเหตุ > > ใกล้ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังเกิดอุบัติเหตุ
>> > > มีคนมาล้อมหน้าล้อมหลังหนูเต็มไปหมดเลยค่ะ > >
>>และมีคนขโมยกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าตังค์ไป > >
>>พี่มากเค้าเป็นเด็กปั๊มที่นั่นค่ะ พอรถชนกันเค้าก็เข้าไปช่วยปฐมพยาบาล
>> > > เราเจอกันที่นั่นค่ะคุณพ่อ พี่เค้าเป็นคนดีมาก > >
>>เราพูดคุยกันซักครู่ใหญ่ รู้สึกถูกคอกันมาก คุณแม่ขา > >
>>นี่แหละมั้งคะ ที่เรียกว่า รักแรกพบ > >
>>พอเค้ารู้ว่าหนูยังไม่มีที่พัก ไม่มีญาติในกรุงเทพฯ > >
>>และยังไม่รู้จะไปพักที่ไหน แถมยังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ > >
>>พี่มากเลยชวนหนูไปอยู่ด้วยกันที่หอพักใกล้ ๆ ปั๊มน้ำมันนั้น > >
>>ด้วยความตกใจและไม่มีที่พึ่งทำให้หนูรับปากพี่เค้าไปโดยไม่รู้ตัว > >
>>แต่ว่าคุณพ่อคะ พี่มากเป็นคนดีมากค่ะ เค้าไม่เคยแตะต้องตัวหนูเลย > >
>>เราอยู่ด้วยกันประมาณ 2 เดือน พี่มากจึงขอหนูแต่งงานค่ะ > >
>>หนูขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่ก่อน > >
>>แต่ด้วยความใกล้ชิดทำให้หนูไม่สามารถยั้งใจไว้ได้ > >
>>จึงได้บอกตกลงพี่มากเค้าไป อภัยให้เรานะคะ นึกว่าเห็นแก่เด็กตาดำ ๆ >
>> > ที่จะเกิดมาดูโลกนี้อีกไม่นานเท่าไร หนูกำลังมีหลานให้คุณแม่ค่ะ >
>> > คาดว่าการเรียนเทอมแรกนี้คงต้องพักไว้ก่อน > >
>>หรือไม่ก็ต้องเลิกเรียนไปเลย >
>>เพราะว่าหนูคงต้องช่วยพี่มากหาเงินก่อนที่ท้องจะใหญ่ไปกว่านี้ > >
>>พอลูกคลอดแล้วก็คงต้องอยู่เลี้ยงลูกอีก คงไปเรียนไม่ได้ > >
>>เงินทองก็หมดไปทุกวันๆ แต่หนูก็ยังสุขใจดีค่ะ > > ไม่ต้องห่วง
>>คุณพ่อคุณแม่อย่าโกรธหนูนะคะ > > มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ
>>แต่หนูคิดว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะให้อภัย > > เมื่อคลอดลูกแล้ว
>>หนูจะพาพี่มากและลูกไปกราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านนะคะ > >
>>ที่หนูเขียนจดหมายมาหาคุณพ่อคุณแม่วันนี้ > >
>>มีข่าวดีและข่าวร้ายมาบอกค่ะ > > ข่าวดีก็คือ ที่หนูเล่ามาทั้งหมดนั่น
>>เป็นเรื่องไม่จริงค่ะ หนูล้อเล่น > ค่ะ!! > > ส่วนข่าวร้ายก็คือ
>>เทอมแรกหนูสอบได้ F 3 วิชา D 2 วิชา และ C- อีก 1 วิชา > > เห็นมั้ยคะ
>>มันไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าที่หนูเล่ามาตั้งแต่ต้นหรอก > >
>>ดีกว่าซะอีกจริงมั้ยคะ ฉะนั้น อย่าโกรธหนูนะคะ > >
>>ด้วยรักและเคารพอย่างสูง > > หนูดา ที่รักของคุณพ่อคุณแม่ > > > >
>>ป.ล. เงินที่คุณพ่อให้มาหมดแล้วล่ะค่ะ > >
>>ถ้าคุณพ่อจะเห็นใจช่วยโอนเงินเข้าให้หนูด้วยนะคะ” > >
>>**********************************************************************
>> > > สวัสดีจ้ะ > > ลูกรักของพ่อ > >
>>ที่ลูกเล่ามาทั้งหมดตั้งแต่แรกนั่นน่ะ ทำเอาพ่อใจไม่ดีไปเลยเชียว > >
>>พ่ออ่านจดหมายลูกได้แค่ครึ่งเดียวก็โกรธจัดจนไม่ได้อ่านต่อ > >
>>เพราะว่าบันดาลโทสะ ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันยกใหญ่ > >
>>แม่เค้าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงเพราะเค้ารักลูกมาก > >
>>คิดว่าลูกคงจะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง > >
>>แต่พ่อก็โมโหซะจนลืมตัวทะเลาะกับแม่อย่างแรง > >
>>ลูกก็รู้ว่าแม่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่ พ่อผิดเองที่ไม่รู้จักคิด
>>รู้จักยั้ง > ความโกรธ > > เราทะเลาะกันแรงมาก จนแม่เค้า......ล้มลง
>>หัวใจวาย > > ยาที่เคยมีอยู่ในบ้านก็หาไม่เจอ
>>พ่อพาแม่แกส่งโรงพยาบาลก็สายไปซะแล้ว > >
>>พ่อกำลังเศร้ามากคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น > >
>>มันเกิดจากพ่อไม่อ่านจดหมายของแกให้จบซะก่อน > > แม่แก็เลยมีอันเป็นไป
>>อ้อ พ่อมีข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับลูก > >
>>ข่าวดีคือแม่แกยังอยู่สบายดีไม่มีอะไร พ่อล้อเล่น > >
>>ข่าวร้ายคือแม่เค้าเสียไพ่ เลยไม่มีเงินส่งไปให้ลูก > >
>>แต่มันก็ยังดีกว่าที่แม่เค้าจะเป็นอะไรไปใช่ไหมล่ะ > > รักลูกมากจ้ะ >
>> > > > ปล. หวังว่าลูกคงอ่านจดหมายจนจบนะ > >
>>ไม่ใช่ตกใจตะลีตะเหลือกไปฆ่าตัวตายซะก่อน >
>
February 25

เรื่องเล่าจาก ม.เกษตร

เรื่องเริ่มต้นขึ้นม.เกษตรศาสตร์


นักศึกษาหนุ่มคณะเสดสาดปี 2 คนหนึ่งกำลังตกหลุมรักนักศึกษาสาวคณะวิทยาปี 3;

ทั้งคู่คบหากันจนเป็นแฟนมาได้ 2 ปี

แล้วเรื่องไม่คาดฝันสำหรับหนุ่มนักศึกษาก็เกิดขึ้น

โดยนักศึกษาสาวเริ่มเปลี่ยนใจไปสนิทสนมกับเพื่อนนักศึกษาชายคณะวิศวะ

นักศึกษาสาวไม่โทรหาไม่มาเจอนักศึกษาหนุ่มแพทย์อีกเลย

นศ.หนุ่มเลยทนไม่ไหว

งัดไม้เด็ดครั้งสุดท้ายออกมา

โดยการเขียนจดหมายบอกนักศึกษาสาว ว่า

ถ้าเธอยังรักฉัน

มาหาฉันที่ห้องยิมตอน 6 โมงเย็น

ไม่งั้นฉันจะตัดนิ้วตัวเองออก

วันละนิ้วจนกว่าเธอจะมา

วันแล้ววันเล่า

นศ.สาวก็ไม่มา นิ้วก้อยถูกตัดเป็นนิ้วแรกอง

ตัดไปตัดมาจนนศ.ชายไม่มีนิ้วเหลือแล้ว

นศ.ชายทรุดโทรมมาก

จึงพยุงร่างและนิ้วทั้งสิบของเขาเข้าไปพักหอชาย

จากนั้นมาเขาก็ไม่ออกมาจากห้องอีกเลย

มีคนพบศพเขาในห้องในสามวันต่อมา

สุดท้ายห้องนั้นก็ถูกปิดเอาไว้ไม่ให้ใครพัก

จนแล้ววันหนึ่ง.............

เทอมนี้เป็นเทอมที่มีนศ.มากกว่าปกติ

มหาวิทยาลัยเปิดรับนศ.มากขึ้น

ห้องพักในหอจึงไม่พอ>>เป็นเหตุให้นศ.นายหนึ่ง

;สมมติว่าชื่อ บี

ต้องเข้าไปอยู่ในห้องพักที่ถูกปิดไว้ถึงสองปีเป็นรายแรก

วันแรกของการอยู่ที่ห้อง เขามีความสุขมาก

เพราะห้องสะอาดมาก

เนื่องจากมีการบูรณะห้องใหม่ก่อนเขามาอยู่

เขาหลับตาลงนอนอย่างเป็นสุข

จนได้ยินเสียงดังขึ้นในห้อง "กอก...กอก...กอก.. กอก

เขาไม่ลุกขึ้นมาจากเตียงเพราะคาดว่าคงเป็นหนูหรือตัวอะไรวิ่งอยู่

วันที่สอง

เขาก็ยังได้ยินเสียงอยู่

แต่ก็ไม่ลุกขึ้น เพราะคิดว่าเป็นหนู

เขาได้ยินเสียงนั้นจนเป็นอาทิตย์แล้ว

มันน่ารำคาญมาก

คืนนี้เขาตัดสินใจว่าถ้าได้ยินเสียงอีก

เขาจะไปดูที่ต้นตอเสียงให้รู้ว่ามันเป็นตัวอะไร

และแล้วเสียงที่ไม่น่าพิศมัยก็ เกิดขึ้น

กอก กอก กอก


เขาทนไม่ไหวกับเสียงนั้นแล้วลุกขึ้น

เสียงนั้นยังดังอยู่เหมือนกับเสียงการเขกโต๊ะ....กอก กอก กอก


ต้นเสียงนั้นมาจากลิ้นชักโต๊ะนี่เอง

เขาตัดสินใจส่องไฟฉายไปที่โต๊ะ

แล้วพร้อมที่จะเปิด

ลิ้นชัก....ดูให้รู้ไปเลยว่าเป็นอะไร....

ในใจของเขาสั่นไหวมาก

เพราะเสียงเหล่านั้นไม่เหมือนกัน

เสียงหนูที่ควรจะดังสลับกับเสียงร้องของมัน...แต่เอาเถอะ

เราทนสงสัยต่อไปไม่ได้แล้ว  เขาตัดสินใจชักลิ้นชักอย่างแรง.............ครืด

ปรากฎภาพที่น่ากลัวออกมา......มือไม่มีนิ้ว

สีขาวซีดจาง

เอื้อมขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าของเขา.......เขาตกใจมาก ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

แล้วก็มีเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหลมเล็กน่ากลัว

สวัสดีโนบีตะ........เรามารับนายไปท่องอนาคตอ่ะ

กว่าจะเปิดลิ้นประตูได้ตั้งหลายวัน.....เฮ้อเหนื่อยนะจะบอกให้

จบบริบูรณ์

อังอังอั่ง โตะเทวดาอิสึคิ โดราเอม่อนฮือ..........
February 24

เจ็บปวด

วันนี้สอบคอมฯมาชั้นยากตายยยยยยยยยยทำไม่เท่าไหร่เองอ่ะ
February 11

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนเรา

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนเรา
คือ....

การตกหลุมรักใครสักคน

การได้จูบครั้งแรก

การได้หัวเราะจนท้องแข็ง

การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง

การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆแสนงดงาม

การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ

การได้นอนฟังเสียงฝนตก

เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น

การสอบเสร็จ

การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยนักแต่เราก็อยากจะเจอ

บทสนทนาดีสักบท

การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว

การได้ยิ้มกับใครสักคน

การได้คุยโทรศัพท์ ได้เป็นชั่วโมง

การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล

การถูกชมอย่างกะทันหัน

การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีกตั้งชั่วโมงแน่ะ

การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา

การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม

การมีเพื่อนใหม่

การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเจอหน้าเค้าคนนั้น.....

แด่สุดที่รัก

แด่ภรรยาสุดที่รัก

ตลอดปีที่ผ่านมา ผมพยายามฝากรักกับคุณถึง 365 ครั้ง
 
คือทุกวันเชียวหละ

 
แต่ผมก็ทำได้แค่ 36 ครั้ง

 
คือเฉลี่ยประมาณ 10 วันต่อครั้งเท่านั้น

เพราะอะไรผมจึงทำงานไม่เข้า  เป้า
?
ต่อไปนี้คือเหตุผล
 
 54
ครั้ง เอาผ้าปูที่นอนไปซัก

17
ครั้ง คุณเข้านอนดึก ทำให้ไม่มีเวลาพอ

49
ครั้ง คุณบ่นว่าเพลียมาก

 20
ครั้ง บอกว่าอากาศร้อนเกินไป

 15
ครั้ง คุณแกล้งทำเป็นหลับ

 22
ครั้ง คุณบอกว่าปวดหัว

 17
ครั้ง คุณกลัวว่าจะทำให้ลูกตื่น

 16
ครั้ง คุณบอกว่ายังระบมไม่หาย

12
ครั้ง ตรงกับช่วงต้องห้าม ประจำเดือนคุณมา

 19
ครั้ง คุณต้องตื่นแต่เช้ามืด กลัวเพลียเดี๋ยวตื่นไม่ไหว

9
ครั้ง คุณบอกว่าคืนนี้ไม่มีอารมณ์

 7
ครั้ง ผิวถูกแดดเผา คุณบอกว่าแสบจนแตะเนื้อต้องตัวไม่ได้

 6
ครั้ง คุณกำลังเพลินกับรายการดึกทางโทรทัศน์ ห้ามรบกวน

5
ครั้ง คุณไม่ยอม เพราะกลัวผมที่ทำมาใหม่ๆจะยุ่งเสียทรง

3
ครั้ง คุณบอกว่ากลัวเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงเวลาเราเมคเลิฟกัน

 9
ครั้ง คุณบอกว่า เดี๋ยวแม่จะได้ยิน
 
และ 36 ครั้งที่ผมทำได้สำเร็จนั้น ก็ใช่ว่าจะได้ผลเป็นที่พอใจไม่

เพราะ : 6 ครั้ง คุณเอาแต่นอนเฉยๆเป็นท่อนซุง

 8
ครั้ง คุณเอาแต่คอยเตือนให้ผมระวังเรื่องเพดานมีรอยแยก

เดี๋ยวคนอยู่ข้างบนจะแอบดู

4
ครั้ง คุณเร่งให้ผมรีบๆทำจะได้เสร็จเร็วๆ

 7
ครั้ง ผมต้องคอยปลุกคุณ บอกให้รู้ว่าผมเสร็จแล้วนะ

1
ครั้ง ผมกลัวว่าจะทำให้คุณเจ็บ เพราะรู้สึกว่าคุณขยับตัว


แด่สามีสุดที่รัก

ฉันคิดว่าคุณออกจะสับสนไปหน่อยกระมัง ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ว่า
ทำไมคุณถึงไม่สามารถทำให้ได้มากกว่านั้น
 
5
ครั้ง คุณเมาแอ๋กลับบ้าน แล้วพยายามไปเย่อกับแมว

36
ครั้ง คุณไม่ได้กลับบ้านเลย

21
ครั้ง คุณพยายามแล้วแต่จบไม่ลง เพราะอ่อนปวกเปียกเสียก่อน

 33
ครั้ง แป๊ปเดียวคุณก็หลั่งเสียก่อนแล้ว

19
ครั้ง เจ้าน้องชายของคุณอ่อนแอ จนมุดเข้าไปไม่ได้

38
ครั้ง คุณทำงานอยู่จนดึก

10
ครั้ง คุณเกิดตะคริวกินที่นิ้วเท้าเสียก่อน

29
ครั้ง คุณอ้างว่าต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปเล่นกอล์ฟ

 2
ครั้ง คุณเกิดไปมีเรื่องนอกบ้าน แล้วถูกเตะผ่าหมากกลับมา

 4
ครั้ง คุณดันรูดซิบไปติดเจ้าน้องชายเข้า
  เข้า
 3
ครั้ง คุณเป็นหวัด น้ำมูกไหลตลอดเวลา จนไม่เป็นอันได้ทำอะไร

20
ครั้ง คุณลืมสิ่งที่คิดจะทำ ทั้งๆที่คิดเอาไว้ตลอดทั้งวัน

6
ครั้ง คุณหลั่งเลอะเทอะกางเกงนอนเสียก่อน ตอนอ่านหนังสือโป๊

98
ครั้ง คุณเอาแต่ดูการถ่ายทอดฟุตบอล กอล์ฟ ฯลฯ ทางโทรทัศน์ และที่บอกว่าพอมีอะไรกันได้ ฉันก็ยังทำให้คุณผิดหวังอีกนั้นขอบอกเหตุผลดังนี้:
 
เหตุผลที่ฉันนอนเฉยก็เพราะตอนนั้น คุณทิ่มผิดที่

คุณกำลังทำอยู่กับที่นอนรู้ไว้เสียด้วย

ฉันไม่ได้พูดถึงรอยแยกบนเพดาน

ที่พูดในตอนนั้นคือรอยแยกของฉัน

 
ฉันเตือนให้เอาเข้าถูกร่องถูกรอยนั่นต่างหาก

และตอนที่คุณรู้สึกว่าฉันกำลังขยับตัว

นั่นก็เพราะคุณดันผายลมออกมา

ฉันเลยต้องกลั้นลมหายใจน่ะสิ
 

 

memory tum

Occupation
Interests
When god open the window of heaven,he saw me and asking ''What is your wish for today?'' I said "God,please take care of who's reading this message" nothing
Lists

(T_T)เพราะว่าฉันมันไม่ทันคิด(>_<)

ความลับมันไม่ในโลก?